Skip to content
Site Tools
Increase font size Decrease font size Default font size
You are here: Home About Chiropractic ไคโรแพรกติกคืออะไร
ไคโรแพรกติกคืออะไร Print E-mail

ไคโรแพรกติก ( Chiropractic )

ธรรมชาติบำบัด  โดยไม่ใช้ยาและไม่ผ่าตัด

ไคโรแพรกติก ค้นพบโดย ด็อกเตอร์แดเนียล  เดวิด ปาล์มเมอร์

ผู้ซึ่งสนใจเรื่องกระดูกสันหลังและการทำงานของระบบประสาทภายในร่างกาย

 

ไคโรแพรกติกเป็นศาสตร์แขนงใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์แผนปัจจุบันทั่วโลกมากที่สุด ผลจากการวิจัยในประเทศอังกฤษ และสหรัฐอเมริกาพบว่าไคโรแพรกติก บรรเทาและลดอาการปวดหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไคโรแพรกเตอร์   จบการศึกษาตามหลักสูตรในระดับมหาวิทยาลัย   อย่างน้อยเป็นเวลา  6 - 8  ปี  

ไคโรแพรกติก Chiropractic  มีรากศัพท์จากคำภาษากรีก  

Cheir( มือ ) กับ Praktikas ( ทำให้สำเร็จ  ) ไคโรแพรกติก จะทำการปรับจัดข้อกระดูกโดยใช้มืออันเป็นเทคนิคพิเศษที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นวิธีดูแลทางธรรมชาติ โดยไม่ใช้ยา ไม่ผ่าตัด

ไคโรแพรกติก  เป็นศาสตร์ธรรมชาติบำบัดอีกหนึ่งทางเลือกของการดูแลสุขภาพ ทางด้านระบบประสาทและกระดูกสันหลังโดยดูความผิดปกติของโครงสร้างและการปรับความสมดุลระบบโครงสร้างของร่างกาย เพื่อให้ระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพการคลาดเคลื่อนจากตำแหน่งปกติของข้อกระดูกสันหลัง หรือ การเคลื่อนไหวของร่างกาย ( Structure  and  Biomechanics )

เนื่องจากกระดูกสันหลังเป็นจุดศูนย์กลางของดุลยภาพในการเคลื่อนไหวของร่างกาย ฉะนั้น  หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นในบริเวณนั้น อาจมีผลกระทบต่อระบบประสาทซึ่งควบคุมร่างกายทั้งหมดของเรา  การแพทย์ไคโรแพรกติกเน้นถึงความสมดุลของระบบโครงสร้างในร่างกาย เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์และแข็งแรง  

ท่านเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้หรือไม่

1. ปวดหลัง ปวดสะโพก ปวดเอว  LOW  BACK  PAIN

สาเหตุมักมาจากกระดูกเติบโตผิดปกติ บาดเจ็บเพราะ เล่นกีฬา ทำงานในท่าซ้ำๆ  จนกระดูกส่วนนั้นถูกใช้งาน มากเกินไป เคลื่อนไหวโดยใช้ท่าทางไม่ถูกต้อง

2. เกิดเดือยกระดูก ปุ่มงอก ( กระดูก ) BONE SPURS / OSTEOPHYTE

ข้อกระดูกที่เคลื่อนไหวผิดท่าทางอาจส่งผลให้การถ่ายเท และรับน้ำหนักของโครงสร้างไม่สมดุลกัน  ส่วนที่ต้องแบกรับน้ำหนนักมากจะสะสมแคลเซียมเพิ่มขึ้น  ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นถูกหินปูนจับจนแข็งเป็นเดือย อาจกดเส้นประสาท เส้นเลือด และเนื้อเยื่อ   เกิดอาการเจ็บหลัง หรือ ชาจนไม่รู้สึกอะไร

3. ปวดเส้นประสาทไซแอติก SCIATICA

เส้นประสาทไซแอติกอยู่ที่เอวและกระเบนเหน็บ ถ้าถูกกดทับหรือถูกรบกวนจะมีอาการปวดร้าวไปต้นขา ขา และเท้า

4. บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา SPORT  INJURIES

ถุงกล้ามเนื้ออักเสบ  กล้ามเนื้อและกระดูกยอก เอ็นอักเสบ กล้ามเนื้อฉีก เจ็บข้อ เคล็ดและตึงการขาดการยืดกล้ามเนื้อก่อนและหลังเล่นกีฬา  การพักที่เหมาะสมเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้บาดเจ็บเมื่อเล่นกีฬา การใช้ข้อกระดูกส่วนใดส่วนหนึ่งมากๆ ก็ทำให้บาดเจ็บ

5. กระดูกสันหลังโค้ง SCOLIOSIS

อาจเกิดจากโครงสร้างร่างกายผิดปกติแต่กำเนิด หรือเคลื่อนไหวร่างกายไม่ถูกลักษณะเป็นเวลานาน

6. ข้อศอกเจ็บเพราะเล่นเทนนิส TENNIS ELBOW

การโต้กลับทำให้ข้อศอกรับแรงกระแทกสูง การใช้ข้อศอกมากยังทำให้กล้ามเนื้อรอบๆเกร็งจนตึงแข็ง อาจเสียดสีกับกระดูกอ่อนที่ข้อศอกจนอักเสบ

7. เจ็บเข่าและข้อเท้า KNEE & ANKLE PAIN

สาเหตุมีมากมาย ที่พบทั่วไปมักเกิดจากการเคลื่อนไหวเท้าผิดปกติและส้นเท้ารับน้ำหนักมากเกินไป จนส่งผลไปถึงข้อหัวเข่า และเนื้อเยื่อรอบเข่า นอกจากนี้การรับน้ำหนักร่างกายและการเดินก็ทำให้เกิดแรงบิดที่กระดูกแข้งส่งผลให้หัวเข่าทำงานหนัก

8. บาดเจ็บจากแรงกระแทกฉับพลัน  WHIPLASH INJURIES

เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน  กระดูกคอมักจะสะบัดไปข้างหน้าและข้างหลังอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้เนื้อเยื่อและข้อกระดูกตรงคอได้รับบาดเจ็บ

9. เจ็บข้อมือ CARPAL  TUNNEL  SYNDROME

การทำงานโดยขยับข้อมืออยู่ในท่าเดียวนานๆ  ทำให้กระดูกข้อมือสึกและเจ็บได้  งานบางชนิดอาจทำให้กระดูกเคลื่อน บีบเส้นประสาทที่ข้อมือจนประสาทสัมผัสที่มือและนิ้วมือผิดปกติ

10. ไหล่ยอก FROZEN  SHOULDERS

หัวไหล่เป็นข้อที่มีขนาดเล็ก  ต้องมีกล้ามเนื้อคอยช่วยเสริมการเคลื่อนไหว  หากกล้ามเนื้อเสียสมดุล  ก็อาจดึงกระดูกหัวไหล่ ให้เคลื่อนไหวผิดปกติ  จนยอกและอักเสบ

11. เจ็บแขนและขา PARESTHESIA

อาการเจ็บหรือปวดแขนมักเกิดจากกล้ามเนื้อคอ  ส่วนอาการปวดขามักเกิดจากเส้นประสาทที่เอว

12. ปวดศีรษะ HEADACHE

ผลการวิจัยล่าสุดพบว่าอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อบริเวณท้ายทอยอาจส่งผลไปถึงเยื่อหุ้มสมอง “ ดูร่า มาเทอร์ “ทำให้ปวดศีรษะ  นอกจากนี้อาการที่กรามหรือกล้ามเนื้อคอ  ก็อาจทำให้ปวดศีรษะเช่นกัน

  ***หากท่านมีอาการเหล่านี้  เชิญมาปรีกษากับไคโรแพรกเตอร์ ได้ที่  ไบโอเอ็นเนอร์จี เอเชีย *** 

Last Updated on Friday, 01 October 2010 00:37